Digital Transformation, Big Data, AI ปรับตัวอย่างไรให้ไม่ตกยุค

,
ส่งต่อความรู้นี้ให้เพื่อนของคุณ

“เห่อทำ Digital Transformation ต่อมาก็ทำ Big Data ตอนนี้จะมาหาทำ AI ตามกระแสต่อ องค์กรไทยก็เป็นแบบนี้แหละ”

หลายคนคิดแบบข้างต้นนะครับ บางองค์กรก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะไม่ได้ดูว่าเทคโนโลยีที่เข้ามานั้นจะช่วยยกระดับการสร้างคุณค่าของธุรกิจ และช่วยลูกค้าอย่างไร แต่สำหรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์แล้วทำสิ่งที่ว่ามาข้างต้น เขาไม่ได้เห่อ แต่กำลังทำในสิ่งที่เหมาะสมแล้ว เพราะยุคของการเปลี่ยนผ่านมันไว และทั้งสามอย่างนั้น มันสนับสนุนซึ่งกันแหละกัน

1. ยุคแห่งการทำ Digital Transformation

จุดเริ่มต้น เพราะผลพวงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในแต่ละครั้งนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระบบอุตสาหกรรม และพฤติกรรมการบริโภคของคน พอมาถึงยุคเทคโนโลยีดิจิทัลเริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์นั้น เทคโนโลยีทั้งหลายทั้งปวงจะใช้พื้นฐานนี้ ในการพัฒนา เช่น เราสามารถแปลงข้อมูลดิจิทัลให้เป็น กายภาพได้ จาก 3d printing หรือ สร้างความจริงเสมือนได้จาก AR VR หรือ แม้แต่ พยากรณ์และตัดสินใจที่ชัดเจนได้ยิ่งกว่าเดิม

ขอแค่มีข้อมูลดิจิทัลเท่านั้น

หลายองค์กรจึงเปลี่ยนจากองค์กรที่พึ่งพิงระบบอนาล็อกมาเป็นดิจิทัล และมองหาว่า เทคโนโลยีใดที่จะมาช่วยยกระดับคุณค่าทางธุรกิจให้เกิดการเติบโตใหม่ หรือ New S-Curve และปรับการทำงานของคนในองค์กรให้เป็น Digital Citizen คือ คุ้ยเคยกับการทำงานในวิถีใหม่ให้ได้ จนเสมือนเป็นชีวิตประจำวัน

ณ จุดนี้ องค์กรใดทำได้ดี ก็มีพื้นฐานที่ดีและได้เปรียบ

2. ยุคแห่งการทำ Big Data

เป็นช่วงที่เรามองไปทาไหนก็ทีแต่คนพูดถึง เพราะข้อมูลดิจิทัลที่องค์กรถือครองสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์และตัดสินใจได้ดีกว่าเดิมมาก

จนเปรียบได้เป็นแหล่งน้ำมันของโลกใบใหม่ และหากกลั่นได้ ก็นำไปใช้ได้ เช่น การวิเคราะห์ทางการตลาด การขาย การวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บจากระบบ IOT หรือ อุปกรณ์ต่างๆ โดยตรง ที่ทำให้เรารู้การใช้งานจริง และนำไปวิจัยพัฒนาต่อได้

และสิ่งที่ว่ามาทั้งหมดหากองค์กรใดทำได้ดี จะได้เปรียบในยุคถัดไป คือ …

3. ยุคของ AI

ซึ่งกำลังบูมในปัจจุบันนี่แหละครับ โดย AI ไม่ได้มีแต่ Generative AI นะครับ ยังรวมีตัว Predictive AI และ จะมี AI อื่นๆ ที่ฉลาดยิ่งกว่านี้อีกออกมาในเวลาต่อจากนี้

แต่พื้นฐานของ AI ทั้งหลายทั้งปวง คือ การกินข้อมูลเป็นการเรียนรู้ ดังนั้น องค์กรใดที่ปรับตัวได้ดีในสองยุคที่ผ่านมา ย่อมจะเขย่งจนได้เปรียบเยอะเลย เพราะทั้งคนและข้อมูลก็พร้อมจากการทำ Digital Transformation และมี Big Data รออยู่แล้ว

ยิ่งกว่านั้น AI ก็สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มี และสร้างทางเลือกที่น่าสนใจให้กับผู้นำได้มากมาย

หากผู้นำ รู้ว่าควรนำ AI เข้ามาเสริมการทำงานขององค์กรอย่างไร ก็จะทำให้ผสานส่งเสริมกับธุรกิจที่องค์กรทำอยู่ หรือ แม้แต่จะช่วยพลิกมุมธุรกิจขององค์กรให้เหมาะสมกับยุคดิจิทัลนี้

ดังนั้น อย่าด่วยสรุปว่าทุกองค์กรบ้าเห่อ ผู้บริหารบ้าจี้ตามกระแส ไปทุกเคสครับ เพราะเหล่านี้มันเป็นทางรอดในโลกดิจิทัลจริงๆ และแต่ละอย่างที่ทำมันก็ส่งเสริมกันไปเป็นขั้นเป็นตอนแหละครับ

แต่ยังไงให้ดูผลลัพธ์ประกอบด้วยแล้วลองทบทวนดูว่าจุดติดขัดจริงๆ ของการรับมือการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ตรงไหน แล้วขันน็อตที่จุดนั้นดู

เพราะหากไม่ปรับเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วนี้ อย่างเลี่ยงไม่ได้แหละครับ

ส่งต่อความรู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
Popular Posts
  • จะทำมันไปทำไม? ถามไปแล้วได้อะไร
    “จะทำมันไปทำไม?” คำถามนี้ เมื่อออกจากปากคู่สนทนา ฟังแล้วก็แนวกวนบาทาไม่เบา หรือ จะเอามาถามตัวเอง ก็รู้สึกบั่นทอน จนท้อแท้ เหมือนไม่รู้ว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่มันมีประโยชน์ตรงไหน แต่บุคคลที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก กลับตั้งคำถาม “จะทำมันไปทำไม?” ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาถามด้วยซ้ำ เป็นเพราะว่า…
  • ปัญหาใดๆ สามารถแก้ได้ 3 คำตอบ
    ขึ้นชื่อว่าปัญหา คงไม่อยากมีใครอยากต้องเผชิญ ทว่า เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ จนเกิดผลกระทบตามมา เราเลยเจอ “ปัญหา” อย่างไม่มีทางเลือกครับ ซึ่งโดยทั่วไป แนวทางการแก้ไขปัญหา… Read more: ปัญหาใดๆ สามารถแก้ได้ 3 คำตอบ
  • คอลัมน์กรุงเทพธุรกิจ (6 มิ.ย. 68) ความเชื่อ คือ หางเสือของการกระทำ
    ความคิดที่เรายอมรับว่าเป็นความจริง จะมีผลอย่างยิ่งต่อการรับรู้ ความรู้สึก การตัดสินใจ และพฤติกรรมในการทำงานครับ แต่หากไม่เหมาะกับบริบทที่เปลี่ยนไป หรือมองข้ามข้อเท็จจริงบางอย่าง ก็อาจส่งผลต่อทั้งคุณภาพงานและคุณภาพชีวิตของตนเองและผู้ที่ทำงานร่วมกันได้ครับ ที่พบบ่อยๆ เช่น การทำงานหนักไม่ทำให้ใครตาย จึงทำงานหามรุ่งหามค่ำ หรือ นำทีมแบบไม่ให้พักให้ผ่อน