หัวหน้าที่ใช้ “ตัวตน” มาบริหารงาน อาจกระทบต่อการบริหารคน

,
ส่งต่อความรู้นี้ให้เพื่อนของคุณ

การเอา “ตัวตน” มาบริหารงานนั้น อาจะกระทบกับภาวะผู้นำ (Leadership) โดยที่หัวหน้าไม่รู้ตัวนะครับ โดยเฉพาะกับหัวหน้ามือใหม่

จริงๆ แล้วหัวหน้ามือใหม่ ก็มีภาวะผู้นำติดตัวกันหมดนะครับ เพียงแต่มันอาจยังไม่สมบูรณ์ในทุกด้าน สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เพราะ ผู้นำมือใหม่ ยังขาดประสบการณ์ และยังไม่มีการปรับการแสดงออกซึ่ง “บทบาทผู้นำ” ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองนึกถึงหัวหน้ามือใหม่สักคนที่โตมาจากสายแข็งทำงานเก่ง ตัดสินใจเด็ดขาด ฟาดฟันปัญหาทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ เสมือนพก “ค้อน” ไว้ติดตัวตลอดเวลา พอถึงเวลาที่ต้องบริหารจัดการคน ก็อาจตัดดสินใจฉับๆ ตุ๊บๆ ไล่ทุบคนทำงานไม่ถึงมาตรฐานของเขาด้วยค้อนด้ามเดียวนั้นแหละครับ

แต่ถ้าเป็นมือใหม่สายนุ่มละมุน ก็คงเปรียบได้กับคนอ่อนโยนที่พป “ฟองน้ำ” ติดตัวมา และเทียวลูบลูกน้องอย่างนุ่มนวล เพื่อโอ้โลมปะติโลมให้เขาทำงานในแบบที่ตัวเองถนัด

ไม่ว่าเป็นแบบใด เมื่อเจอลูกน้องที่คนละสไตล์ หรือ สถานการณ์ที่ไม่เอื้อกับ สไตล์ที่”ตัวตน” อาจไม่สามารถใช้ความถนัดนั้นในการจัดการได้อย่างมีประสิทธภาพ

ลูกน้องบางคนเป็นตะปูที่ต้องใช้อำนาจ ตอก กลับไปลูบ ตรงข้ามกัน บางคนที่ต้องใช้ความอ่อนโยนและโน้มน้าว กลับไปตอกเสียจนช้ำ หรือ เบิร์นเอ้าท์กันไปก็มี

เหล่านี้ คือ สิ่งที่หัวหน้ามือใหม่มักพลาดกัน ต่างจากหัวหน้าที่ชั่วโมงบินสูง และเจอเคสมาเยอะ จะรู้ว่าต้องปรับตัวตนตามบทบาท เพื่อรับมือ สถานการณ์ที่แตกต่างได้อย่างไร

หัวหน้าหลายคน อาจมีพรสวรรค์ในการปรับตัว (Born to be Leader) ก็จริงแต่ไม่ใช่ว่า การเป็นผู้นำจะฝึกกันไม่ได้เลย

อย่างเช่น สัตยา นาเดลลา CEO ไมโครซอฟท์ ที่ตัวตนเขา ไม่ถนัดด้าน Empathy เลย เพราะมาจากสาย IT ที่เน้นตรรกะเหตุผล จวบจนได้ประสบเหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกตัว (Awareness) จากการเลี้ยงดูและสูญเสียลูกชายของตัวเอง และได้เริ่มปรับตัวเองใหม่ จนเข้าอกเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น

เขาจึงยกระดับภาวะผู้นำ ตัวเองได้สูงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

เรื่องราวนี้ จึงได้เป็นตัวอย่างว่า เราทุกคนมี Leadership บางส่วนอยู่ในตัวอยู่แล้วส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นด้านงาน หรือ ด้านคน ซึ่งเป็นต้นทุนที่แตกต่างกัน

แต่คนที่พัฒนาส่วนที่เหลืออีกด้านได้เร็วและชำนาญกว่า ก็จะเป็นผู้นำที่สมบูรณ์ได้ยิ่งกว่า และบริหารงานและคนได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

เพราะไม่ใช่แค่องค์กรที่ต้องการผู้นำแบบนี้ แต่ลูกน้องเองก็ต้องการหัวหน้าแบบนี้ และพร้อมจะเคารพยกย่อง แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าแล้วก็ตาม

เราเคยสังเกตไหมครับว่า ภาวะผู้นำส่วนที่เราขาดอยู่ คืออะไรครับ?

ส่งต่อความรู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
Popular Posts
  • จะทำมันไปทำไม? ถามไปแล้วได้อะไร
    “จะทำมันไปทำไม?” คำถามนี้ เมื่อออกจากปากคู่สนทนา ฟังแล้วก็แนวกวนบาทาไม่เบา หรือ จะเอามาถามตัวเอง ก็รู้สึกบั่นทอน จนท้อแท้ เหมือนไม่รู้ว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่มันมีประโยชน์ตรงไหน แต่บุคคลที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก กลับตั้งคำถาม “จะทำมันไปทำไม?” ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาถามด้วยซ้ำ เป็นเพราะว่า…
  • ปัญหาใดๆ สามารถแก้ได้ 3 คำตอบ
    ขึ้นชื่อว่าปัญหา คงไม่อยากมีใครอยากต้องเผชิญ ทว่า เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ จนเกิดผลกระทบตามมา เราเลยเจอ “ปัญหา” อย่างไม่มีทางเลือกครับ ซึ่งโดยทั่วไป แนวทางการแก้ไขปัญหา… Read more: ปัญหาใดๆ สามารถแก้ได้ 3 คำตอบ
  • คอลัมน์กรุงเทพธุรกิจ (6 มิ.ย. 68) ความเชื่อ คือ หางเสือของการกระทำ
    ความคิดที่เรายอมรับว่าเป็นความจริง จะมีผลอย่างยิ่งต่อการรับรู้ ความรู้สึก การตัดสินใจ และพฤติกรรมในการทำงานครับ แต่หากไม่เหมาะกับบริบทที่เปลี่ยนไป หรือมองข้ามข้อเท็จจริงบางอย่าง ก็อาจส่งผลต่อทั้งคุณภาพงานและคุณภาพชีวิตของตนเองและผู้ที่ทำงานร่วมกันได้ครับ ที่พบบ่อยๆ เช่น การทำงานหนักไม่ทำให้ใครตาย จึงทำงานหามรุ่งหามค่ำ หรือ นำทีมแบบไม่ให้พักให้ผ่อน