งานวิจัยจาก McKinsey ได้ศึกษาเรื่องทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต จากคนจำนวนประมาณ 18,000 คน ใน 15 ประเทศ แล้วสรุปลักษณะประชากรแห่งโลกใหม่ (Future-Citizen Skills) ไว้ว่า จะต้องมีทักษะที่จำเป็นทั้งหมด 13 ด้าน ซึ่งเมื่อแบ่งเป็นหมวดหมู่แล้วจะได้ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ
- Self Leadership ภาวะผู้นำในตนเอง (มีด้านย่อย ๆ 3 ด้าน)
- Cognitive กระบวนการคิด (มีด้านย่อย ๆ 4 ด้าน)
- Interpersonal ความสัมพันธ์กับผู้อื่น (มีด้านย่อย ๆ 3 ด้าน)
- Digital ดิจิทัล (มีด้านย่อย ๆ 3 ด้าน)
หมวดที่ 1 Self Leadership หรือ ภาวะผู้นำในตนเอง
ไม่ใช่แค่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้างานอย่างเดียว แต่ทุกคนที่ทำงานจำเป็นต้องมีครับ เพราะทักษะนี้จะช่วยให้ คนทุกคนสามารถนำพาตัวเองไปยังเป้าหมายและความสำเร็จที่ต้องการได้
ภาวะผู้นำในตนเองมี 3 ด้านย่อยๆ คือ
- Self-Awareness & Self Management คือ การตระหนักรู้ตัว และบริหารจัดการตัวเองได้
- Entrepreneurship คือ สำนึกความเป็นเจ้าของในงาน
- Goal Achievement การมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ
อ้าว! ฟังดูก็เหมือนยุคเดิม แสดงว่า เราก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรสิ
ช้าก่อนครับ แม้ว่าชื่อเหมือนเดิมแต่ไส้ในที่เป็นหัวข้อย่อยๆ มันเปลี่ยนจากเดิมครับ เหมือนเป็น Updated Version เพื่อเราจะได้บรรลุเป้าหมายได้ ในโลกใบใหม่ที่อะไรก็ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงเร็วจี๊ดนั่นเองครับ
ด้านที่ 1 Self-Awareness & Self Management คือ การตระหนักรู้ตัว และบริหารจัดการตัวเองได้ จะเช็คระดับทักษะด้านนี้ ดูได้จากว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้มากแค่ไหน
- เข้าใจอารมณ์ตนเองและสิ่งที่มากระตุ้น
- ควบคุมการกระทำตนเองได้
- รู้จุดแข็งตัวเอง และเชื่อมั่นในตนเอง
- ยึดหลักการ/คุณธรรม
- สร้างไฟ หรือ กระตุ้นตัวเองให้มีแรงบันดาลใจได้
ด้านที่ 2 Entrepreneurship คือ สำนึกความเป็นเจ้าของในงาน จะเช็คระดับทักษะด้านนี้ ดูได้จากว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ดีแค่ไหน
- กล้าลอง กล้าเสี่ยง
- ผลักดันการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม
- มีพลัง/Passion/มองโลกแง่ดี
- กล้าแหกกกฎเกณฑ์ ความเชื่อเดิมๆ
ด้านที่ 3 Goal Achievement การมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ จะเช็คระดับทักษะด้านนี้ ดูได้จากว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ดีแค่ไหน
สำนึกแบบเจ้าของงาน
มุ่งมั่นในความสำเร็จ
อดทน ทรหด / ใจสู้
ปรับตัวในความไม่แน่นอน
พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
สรุป
Self Leadeship ในเวอร์ชั่นที่ต้อง upskill นี้ ก็คือ การต้องรู้จักตัวเองโดยเฉพาะจุดแข็ง และ ต้องกล้าทำสิ่งที่ต่างจากเดิม รวมทั้งต้องอึดถึกทน และรู้จักปรับตัวในโลกที่ไม่แน่นอนให้ได้ครับ
หมวดที่ 2 Cognitive Skills หรือ วิธีคิด
จากงานวิจัยของ McKinsey โลกยุคใหม่ เป็นโลกที่มีลักษณะเปราะบาง ไม่แน่นอน ซับซ้อน คลุมเครือ ทำให้เรามีแนวโน้มที่ต้องใช้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น
ซึ่งจริงๆ แล้ว ทุกวันนี้ คนทุกคนก็สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายกว่าเดิมเยอะมาก ทว่าเรามีคนที่มีระบบการคิด เพื่อประมวลผลข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบที่ใช้งานได้ มากแค่ไหน?
วิธีคิด จึงเป็นทักษะที่แยก “คนที่ใช้งานข้อมูลเป็น” กับ คนที่แค่ “รู้ข้อมูล” และ “ค้นข้อมูลได้” ได้ออกจากกัน
คนที่ใช้งานข้อมูลเป็น จะมีทักษะใน 4 ด้าน คือ
ด้านที่ 1 Critical Thinking สรุปง่ายๆ คือ คิดคำนึงถึงข้อเท็จจริง วิเคราะห์ แยกแยะได้ ซึ่งแบ่งเป็น 4 ด้านย่อย คือ
- การแก้ปัญหาอย่างมีโครงสร้าง
- การให้เหตุผลเชิงตรรกะ
- เข้าใจเรื่อง bias ด้านต่างๆ
- ค้นหา ข้อมูลที่สัมพันธ์กัน
ด้านที่ 2 Mental Flexibility คือ รู้ว่าจะใช้ข้อมูลที่มีในสถานการณ์ที่ต่างกันอย่างไร ไม่ใช่ ใช้มันแบบเดิมในทุกๆ บริบทครับสาระสำคัญของข้อนี้ คือ เพื่อให้ปรับตัวได้ดี มองในมุมต่างๆ ที่หลากหลายกว่าความเชื่อเดิมของเรา (เสมือนต้องมีแว่นตาหลายแบบ เพื่อมองในมุมต่างๆ) แบ่งเป็น 4 ด้านย่อย คือ
- ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
- การประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์ที่ต่างจากเดิม
- การฝึกให้มีมุมมองที่หลากหลาย
- การปรับตัว
ด้านที่ 3 Planning & Way of Working ต้องพัฒนางานที่ทำได้ และรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ซึ่งแง่มุมนี้ ก็คือ “รู้จักคิดเพื่อทำงานให้เป็น” ครับ ไม่ใช่ทำแบบเดิม ด้วยการใช้ระบบ auto pilot จนเป็นงานรูทีน หรือ ทำงานมั่วไปหมด จนไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อน-หลัง และหัวใจสำคัญข้อนี้คือ ทำงานแล้วต้องพัฒนางานนั้นๆ ให้มีคุณค่า (Value) มากกว่าเดิมอยู่เสมอ แบ่งเป็น 4 ด้านย่อย คือ
- การพัฒนาแผนงาน
- การบริหารเวลาและลำดับความสำคัญ
- การคิดแบบ Agile
- ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ด้านที่ 4 Communication หรือ การสื่อสารครับ ถ้ามองแบบการประมวลผล ข้อนี้อยู่ในหมวดนี้ถูกแล้วครับ เพราะ การรับ-ส่ง ข้อมูล ถือเป็นสาระสำคัญของระบบการคิดเลย ด้านนี้ก็แบ่งเป็น 4 ด้านย่อย คือ
- การเล่าเรื่อง (Storytelling) และการพูดปราศัย
- การตั้งคำถามให้เป็น
- การสังเคราะห์ข้อความ
- การฟังอย่างตั้งใจ (active listening)
ข้อสุดท้ายนี้ ที่เป็นการฟังนั้น หลายคนอาจสงสัยว่า มันมาอยู่ในเรื่องการคิดได้อย่างไร นั่นคือถ้าเรารู้จักถามให้เป็น ทำใจให้เย็น เพื่อฟังคนอื่น เราจะได้ข้อมูลที่เป็น input ที่ดีเลยครับ ที่จะให้เราวิเคราะห์ปัญหา หรือ สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำกว่าเดิม
ในทางตรงข้ามสิ่งที่เป็น output อย่างการสื่อสารในที่ชุมชน ก็ช่วยให้เราส่งข้อมูลที่มีไปยังคนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ข้อมูลครบถ้วน และยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ได้ด้วย และ output ของเรา ก็จะเป็น input ที่ดีให้กับคนที่ทำงานด้วยกันอีกต่างหาก
ซึ่งทั้งหมดนี้ หากทำได้ เราก็จะคิดไว ทำไวมากกว่าเดิมเยอะ รวมทั้ง จะใช้ข้อมูลที่มีได้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลครับ
หมวดที่ 3 Interpersonal Skills หรือ การประสานพลังคน
ทักษะในหมวดสามนี้ ฟังดูเหมือนทักษะในโลกยุคเดิม แต่เพิ่มเติมคือ ในโลกใหม่นี้ ทักษะด้านคน เน้นไปเรื่องความเป็นมนุษย์และการเชื่อมโยงกัน แบบ networking มากขึ้นครับ เพราะว่า เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าหลายๆ ครั้ง คนเราถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล และต้องช่วยกันให้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและรวดเร็ว และหากคนเราเชื่อมโยงกันด้านอารมณ์ความรู้สึกได้ จะเกิดพลังที่เรียกว่า 1+1 มากกว่า 2 และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้องค์กรได้เยอะมากๆครับ
ด้วยเหตุนี้ สกิลย่อยๆ จึงแบ่งเป็น 3 ด้าน นั่นคือ
ด้านที่ 1 สร้างแรงขับเคลื่อน (Mobilize System) คือ ทักษะที่จะสร้างพลัง ทำให้ทุกคนไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้นั่นเองครับ โดยเฉพาะผู้นำ เพราะถ้าเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ก็จะเกิดความไว้วางใจ และยิ่งถ้าสามารถ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ละก็ หนทางมีขวากหนามแค่ไหนก็สู้ตายละครับ (โดยเฉพาะยุคอนาคตที่ทุกอย่างไม่หมูแน่ๆ ) ดังนั้น ทักษะย่อยที่ต้องฝึกฝนก็คือ
- การเป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model)
- ทักษะเจรจาแบบ win-win
- การสร้าง Vision ที่เร้าใจ
- การสร้างความเป็นองค์กร
ด้านที่ 2 การสร้างความสัมพันธ์ (Developing Relationship) คือ การสร้างความสัมพันธ์แบบมนุษย์ปุถุชน คนธรรมดานี่เองครับ ซึ่งเน้นความสัมพันธ์ในแบบที่ทุกฝ่ายต้องเข้าใจกัน ไม่มีใครที่สูงกว่าต่ำกว่า ดังนั้น การพยายามเข้าใจเขา อ่อนน้อม และเป็นกันเอง จึงทำให้ต่างคนต่างไว้วางใจกันได้ และเกิดมิตรภาพที่ดี เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือและร่วมมือกันครับ
- ความเข้าใจ (Empathy)
- ความไว้วางใจ (Trust)
- ความนอบน้อม และเคารพสิทธิผู้อื่น
- ความเป็นกันเอง
ด้านที่ 3 การสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ (Team Effectiveness)
ด้านนี้หลัก ๆ คือ การผสานความต่าง เพราะอนาคตเราต้องทำงานที่มีความสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่สูงกว่าเดิม จุดนี้ให้เราลองนึกถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ได้ครับ ว่า สมัยก่อนที่แต่ละเครื่องไม่มีเน็ตเวิร์คเชื่อมกันนั้นสมรรถนะ และความสามารถในการทำสิ่งต่างๆ ไม่เท่าสมัยที่ Internet บูมเลย
แต่เมื่อทุกอย่างเป็นเครือข่าย มันเกิดการแลกเปลี่ยนไอเดีย ความคิด การถ่ายโอนความรู้ จนทำให้เกิดการพัฒนาในหลายๆ ด้านมากมาย (อย่างหนึ่ง ก็ธุรกิจใหม่ๆ ครับ) ดังนั้น การที่ทีมงานสามารถผสานความต่างได้ จึงได้เปรียบมาก นอกจากนี้ หากประกอบกับทักษะในการพัฒนาทีมงาน จนทำให้พวกเขาตัดสินใจได้เอง ขับเคลื่อนได้เอง เท่ากับว่างานต่างๆ จะฉับไวขึ้นอีกเยอะครับ
- การส่งเสริมทีมงานให้ทั่วถึง
- ส่งเสริมความต่างบุคคล (Diversity)
- การแก้ไขความขัดแย้ง (Conflict Management)
- สร้างความร่วมแรงร่วมใจ (Collaboration)
- การโค้ช (Coaching)
- การมอบอำนาจ (Empowering) หรือ สร้างให้ทีมงานพึ่งพาตนเองได้
ทักษะด้านคนทั้งสามกลุ่มนี้ จึงเน้นการสร้างพลังจากแรงบันดาลใจ และความร่วมมือกันของคนทำงาน เพื่อให้สามารถพิชิตงานยากที่รออยู่ในอนาคต ไม่ใช่ให้สู้ตามลำพังครับ
หมวดที่ 4 Digital Skills หรือ ทักษะด้านดิจิทัล
สำหรับทักษะสุดท้ายนี้ก็คือ Digital Skill ครับ อันนี้สำคัญ เพราะเรากำลังไปยุคดิจิทัล จะขาดทักษะนี้ไม่ได้เลยครับ จริงไหม?
แต่มันคืออะไรล่ะ เพราะหลายๆ ครั้งเราบอกทักษะดิจิทัลๆ มันกว้างจนหลายคนตีความในแบบที่ตัวเองเข้าใจ เช่น เขียนโปรแกรมบ้าง ใช้ Software เป็นบ้าง ฯลฯ ดังนั้น สำหรับตอนนี้ผมขอสรุปแบบง่ายเลยละกันว่า คุณจะต้องมี 3 ด้านนี้ คือ
ด้านแรก ความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องดิจิทัลทั้งหมด (Digital Fluency Citizenship)
ประหนึ่งว่าเกิดในยุคนี้ เช่น ชีวิตในแบบดิจิทัลเป็นยังไง เราจะมีชีวิตอยู่กับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ตลอดเวลาแบบไหน และมีวิธีสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ร่วมกันยังไง
ซึ่งทั้งหมดนี้ หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่า ได้ถูกปูพื้นฐานจากช่วงโควิด ไปเรียบร้อยแล้วครับ!!
เพราะช่วงวิกฤต เทคฯ ด้านดิจิทัลได้เป็นส่วนหนึ่งของทางรอด เราได้ซึมซับประสบการณ์ และนำโลกดิจิทัลมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสร้างคุณค่าทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้รอด และจำเป็นต้องเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลาผ่านสื่อต่างๆ ก็คือ การเรียนรู้แบบยุคนี้ นั่นเองครับ ที่เหลือ คือการต่อยอดจากเดิม เพื่อสู้ศึกใหม่ที่รอหลังวิกฤตนี้ครับ (จริงๆ ก็คือ เทรนด์โลกเดิมสมัยก่อนหน้าวิกฤตเกิดนั่นแหละครับ)
อย่างไรก็ตาม ลองมาดูกันให้ครบๆ ว่า เรายังต้องเติมทักษะการเป็นประชากรในโลกยุคดิจิทัลด้านไหนอีกบ้างจากรายการต่อไปนี้นะครับ
- ความเข้าใจโลกดิจิทัล
- การเรียนรู้แบบดิจิทัล
- ความร่วมมือด้านดิจิทัล
- จริยธรรมในโลกดิจิทัล
ด้านที่ 2 คือ ทักษะการพัฒนา Software และ ทักษะการใช้งาน Software
ด้านผู้พัฒนาโปรแกรม หลัก ๆ คือ ต้องมีระบบการคิดลำดับขั้นที่แม่นยำ เพื่อออกแบบพัฒนาโปรแกรมต่างๆ ได้ตรงตามการใช้งานครับ และมีการใช้ข้อมูลสถิติ ประกอบในการพัฒนามัให้ดียิ่งขึ้น
ตัวอย่างตรงนี้ นึกถึงการออกแบบ App ของ Netflix ก็ได้ครับ เราใช้งานง่าย และสะดวกเพราะ เขาเก็บและใช้ข้อมูลต่างๆ มาประกอบการพัฒนามันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้อย่างเราเกิดและมีประสบการณ์ดีๆ
ด้านฝั่งผู้ใช้โปรแกรม ก็ต้องมีการศึกษาการทำงานของโปรแกรมที่ใช้ในงานให้เข้าใจด้วย เพื่อให้สามารถนำมันไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และพัฒนาขั้นตอนการทำงานให้สอดคล้องกันครับ โดยทักษะด้านนี้แบ่งเป็นข้อย่อยๆ ได้แก่
- ความเข้าใจเรื่องโปรแกรม
- การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติ
- การคิดแบบมีลำดับขั้นตอนทางคอมพิวเตอร์ (Computational & Algorithm Thinking)
- ฝั่งที่เป็นนักพัฒนาก็เรียนรู้ลึกหน่อย ส่วนฝั่งผู้ใช้ก็เรียนรู้หลักการทำงานคร่าวๆ พอเป็นไอเดีย และประสานงานกับผู้พัฒนาให้เข้าใจกันครับ
ด้านที่ 3 ในหมวดนี้ ก็คือ ความเข้าใจในการทำงานร่วมกันของระบบดิจิทัลทั้งหมด
ถ้าทักษะใน ข้อสอง เน้นที่ “วิธีการใช้งานให้เป็น” ข้อสามนี้ ก็เน้นที่ “การใช้งานให้เกิดคุณค่ากับองค์กร” ครับ จึงต้องมองภาพรวมทั้งระบบให้ออกว่าเทคฯ ดิจิทัลนี้ สร้างคุณค่าต่างๆ ในธุรกิจอย่างไร? ไม่ว่าจะเป็น ด้านข้อมูล และประยุกต์ใช้ในงานแต่ละงานให้ราบรื่นที่สุดครับ
ความรู้และทักษะที่จำเป็นในด้านนี้ก็ได้แก่
- ความเข้าใจเรื่องข้อมูล (Data)
- ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยทางระบบคอมพิวเตอร์ (Cyber security)
- ระบบอัจฉริยะ (Smart systems)
- การนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริงและเกิดผลลัพธ์
ก็จบสำหรับซีรี่ย์นี้นะครับว่า ทักษะทั้ง 4 หมวด ซึ่งจริงๆ มีจะมีเรื่อง mindset ปนๆ ด้วย ได้แก่
- Leadership Skills
- Cognitive Skills
- Interpersonal Skills และ
- Digital Skills
ซึ่งเป็นทักหษะจำเป็นมากๆ สำหรับคนในโลกใบใหม่ที่อะไรๆ จะไม่เหมือนเดิม บางทักษะอาจเป็นเรื่องเดิม แต่ต้องมีการ upskill เพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสมยิ่งขึ้น ส่วนบางทักษะเป็นของใหม่เลย และแตกต่างจากเดิมจนต้อง Reskill อย่างหมวดที่เป็น Digital
ไม่ว่าเราจะอยู่ในส่วนงานใดลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ เช่น การปรับตัวเอง การคัดเลือกคน พัฒนาคน หรือ การนำคนของเราให้พร้อมกับอนาคต ฯลฯ เพราะบริษัทต้องการกำลังสำคัญอย่างพวกคุณนี่แหละที่จะช่วยให้ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ครับ

M.A. Industrial and Organizational Psychology, Thammasat University
Background: Human Development Consultant, Startup Co-Founder, Facilitator, Content Creator, Learning & Development Manager (FMCG/Property)
Expertise: Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change, Trait & Personality, Visual Thinking




