เมื่อพูดถึงเรื่องเล็กๆ ในการทำงาน หลายคนมักจะมองข้ามความสำคัญ เช่น การตรวจเอกสารสักสองสามครั้งก่อนส่งงาน หรือ การหมั่นเยี่ยมลูกค้าคนสำคัญเป็นประจำ ฯลฯ
แต่เชื่อไหมครับว่า กิจกรรมเล็กๆ เหล่านี้แหละ อาจช่วยให้เราทำงานได้สำเร็จได้เป้าหมาย หรือ รอดวิกฤตได้อย่างคาดไม่ถึง เปรียบเหมือน แจ็ค มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครคิดว่า ไม่มีทางที่เขาจะกำราบยักษ์ตัวใหญ่ลงได้
กลยุทธ์แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ที่ว่า จึงเป็น “การเลือกทำ” สิ่งเล็กๆ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็น รวมถึง “การเลือกไม่ทำ” สิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจทำให้เราสิ้นเปลืองทรัพยากรทั้้งงบประมาณ เวลา และพลังงาน ท้ายที่สุดสิ่งเล็กๆ ที่ว่าจะส่งผลให้เราสามารถฆ่ายักษ์ หรือ เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด
ข้อแม้เพียงอย่างเดียว คือ สิ่งเล็กๆ ที่เลือกทำนั้น จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย และกลยุทธ์ที่ล้อกันลงมาด้วย
โดยทั่วไปเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า กลยุทธ์นั้นมีหลายระดับตั้งแต่
- Corporate Strategy: กลยุทธ์ระดับองค์กร ที่จะบอกทิศทางและเป้าหมายหลัก เช่น มุ่งเติบโต (Growth) เน้นการคงตัว เสถียรภาพ (Stability) หรือ การหดตัว (Retrenchment) อย่างเช่นในช่วงวิกฤตนี้ หลายองค์กรก็อาจจะเน้นการคงตัว หรือ หดตัวโดยตัดบางสิ่ง หรือ เปลี่ยนบางหน่วยธุรกิจที่ไม่จำเป็นออก
- Business Strategy: กลยุทธ์ทางธุรกิจ เพื่อการสร้างโอกาสทางการแข่งขันในธุรกิจ ทำให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมาย
- Operational Strategy: กลยุทธ์การทำงานของแต่ละหน่วยงาน เช่น Marketing Strategy , Financial Strategy เป็นต้น หรือ จะย่อยลงไปอีกในระดับที่เป็น Strategic Activities ที่เป็นกิจกรรมย่อยๆ ของแต่ละทีมงาน ก็ได้
โดยทั่วไป ก็จะแแบ่งระดับของกลยุทธ์กันตามนี้ครับ ทำให้พนักงานปฏิบัตการ คิดกันไปว่ากลยุทธ์นั้นเป็นเรื่องไกลตัว และมีแต่ระดับบริหารเท่านั้น ที่เกี่ยงข้องกับตรงนี้
แต่จริงๆ แล้วในการทำงานแต่ละวัน หากหัวหน้าสามารถทำให้พนักงานรู้ว่า แม้แต่งานเล็กๆ ของเค้าก็ส่งผลต่อเป้าหมายกลยุทธ์ได้ หากมุ่งทำในสิ่งที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ข้างบน โดยเน้นการทำในสิ่งสำคัญจริงๆ และลำดับมันอย่างถูกต้อง
นั่นคือ “Strategic Behavior” ในการทำงาน
Strategic Behavior คืออะไร?
- การกระทำของทีมงานแต่ละคน ที่มีความสำคัญต่อเป้าหมายรวมของทีม และเป้าหมายที่แต่ละคนรับผิดชอบ
- การกระทำที่หากไม่ทำแล้ว อาจส่งผลกระทบทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้
ที่สำคัญ ต้องเป็นพฤติกรรมการทำงานที่สำคัญจริงๆ ในแบบกฎ 20:80 คือ งานเพียงประมาณ 20% จะสร้างผลลัพธ์ต่อเป้าหมายได้ถึง 80% แล้วจงใช้เวลา ทรัพยากร และความทุ่มเทไปกับสิ่งนั้นให้มากๆ จะได้ไม่เสียทรัพยากรในการทำงานไปกับเรื่องที่ไม่สำคัญ
ดังนั้น ถ้าเราเป็นหัวหน้า จงช่วยน้องๆ หา 20% ของการทำงานนี้ให้ได้ และบอกเค้าให้รู้ และเข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องและส่งผลต่องานในระดับที่ใหญ่กว่าอย่างไร เพื่อที่เค้าจะได้มุ่งทำงานเล็กๆ ของเราอย่างเต็มที่และภาคภูมิใจที่งานของเขาส่งผลต่อองค์กรด้วย
และหากผลลัพธ์ยังไม่เป็นตามที่วางไว้ หัวหน้าก็สามารถโค้ช หรือ ให้ feedback ที่ Stratgic Behavior ของแต่ละคนนี่แหละ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงงานในช่วงวิกฤตนี้ ได้รวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้นครับ

M.A. Industrial and Organizational Psychology, Thammasat University
Background: Human Development Consultant, Startup Co-Founder, Facilitator, Content Creator, Learning & Development Manager (FMCG/Property)
Expertise: Startup Business, Leadership Development, Behavioral Change, Trait & Personality, Visual Thinking




