
Author: อ. อนิรุทธิ์ ตุลสุข (Aniruth Tulsuk)
-
คอลัมน์กรุงเทพธุรกิจ (3 ม.ค. 68) 6 แนวทางผู้นำ ที่จะทำให้ทีมพบความสำเร็จในปี 2025
สวัสดีปีใหม่ 2025 ผู้อ่านทุกท่านนะครับตามธรรมเนียม คงต้องรีวิวปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ปี 2024 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ากระแสของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI; Artificial Intelligence) มาแรงมาก เพราะช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และสร้างคุณค่าใหม่ของสินค้าบริการได้มากมาย หลายแห่งจึงเริ่มลงทุน เตรียมแผนงาน และนำร่องทดลองใช้ AI ในแต่ละรูปแบบไปบ้างแล้วในปีนี้ เทคโนโลยี AI จะทวีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นพลิกโฉมทั้งธุรกิจ และการทำงานในองค์กรไปอย่างสิ้นเชิง
-
ส่อง AI Trend ให้เห็นโอกาสขององค์กร
เทรนด์ที่ผู้นำต้องจับตามองในปีนี้ ต้องยกให้ AI เค้าครับ เพื่อสรุปความเข้าใจว่า AI ไม่ได้มีแค่ ChatGPT หรือ หมวด Generative AI ทาง Gartner จึงได้ใช้ Opportunity Radar หรือเรดาร์แสดงภาพแนวทางการใช้งาน AI โดยเรดาร์นี้แบ่งจากสองแกนหลัก คือ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่:
-
คอลัมน์กรุงเทพธุรกิจ (6 ธ.ค. 67) แตกต่างอย่างเข้าใจเมื่อใช้ Empathy ในการทำงาน
“คุณสมบัติที่ผู้นำควรมี คือ Empathy ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นคนเก่งแค่ไหน หรือมีการศึกษาอย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว คุณจำเป็นต้องเห็นอกเห็นใจ เพื่อใส่ใจผู้คนและความเป็นอยู่ของพวกเขา” นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความที่คุณโอปอล สุชาดา ได้สื่อสารผ่านเวที Miss Universe ปีนี้ ที่เพิ่งจบไปครับ เชื่อไหมครับว่า ไม่มีหัวหน้าคนใดนึกว่าตัวเองไม่มี Empathy ครับ แต่ให้ลองหลับตาแล้วค่อยๆ นึกย้อนดู อาทิตย์ที่ผ่านมา เราเคยบ่นว่าคุยกับคนรุ่นใหม่แล้วไม่รู้เรื่องบ้างไหม? แล้วกับน้องในทีม หรือ เพื่อนร่วมงานล่ะ มีบ้างหรือเปล่าครับ?
-
AI Transformation กรณีศึกษา Grab
ตัวอย่างหนึ่งของ องค์กรที่จะเป็นองค์กร AI (AI Led) อยู่ใกล้ตัวเราอย่างคาดไม่ถึง พอเดาได้ไหมว่าเป็นบริษัทใดครับ? คำตอบก็คือ Grab นั่นเองครับ ซึ่งเขาใช้ เทคโนโลยี AI ครบทั้งสามแบบ (Predictive , Automation และ GenAI ) ตามที่ผมเคยเล่าในโพสก่อนหน้าครบถ้วน และครอบคลุมทั้ง Ecosystem ตั้งแต่ ผู้ใช้บริการ คนขับ ไรเดอร์ ร้านค้า ร้านอาหาร พนักงาน ตลอดจน สังคมสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ผมขอยกตัวอย่าง “เท่าที่มองเห็นได้ชัดเจน และอ้างอิงจากข่าวตามสื่อต่างๆ ที่เป็นทางการเท่านั้น” นะครับ ผู้ใช้บริการ อย่างเราๆ คนขับและไรเดอร์ ร้านอาหาร พนักงานในองค์กร เห็นไหมครับว่า การที่จะนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรนั้น จนเป็นองค์กร AI ได้นั้น ก่อนอื่นต้องมองให้ขาดจริงๆ ว่าจะนำไปใช้ที่จุดใด ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดไม่ได้เลยถ้าขาดซึ่ง “คน” ที่เป็นผู้นำ…
-
เป้าหมายสำเร็จได้ ถ้าใช้กลยุทธ์แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์
เมื่อพูดถึงเรื่องเล็กๆ ในการทำงาน หลายคนมักจะมองข้ามความสำคัญ เช่น การตรวจเอกสารสักสองสามครั้งก่อนส่งงาน หรือ การหมั่นเยี่ยมลูกค้าคนสำคัญเป็นประจำ ฯลฯ แต่เชื่อไหมครับว่า กิจกรรมเล็กๆ เหล่านี้แหละ อาจช่วยให้เราทำงานได้สำเร็จได้เป้าหมาย หรือ รอดวิกฤตได้อย่างคาดไม่ถึง เปรียบเหมือน แจ็ค มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครคิดว่า ไม่มีทางที่เขาจะกำราบยักษ์ตัวใหญ่ลงได้ กลยุทธ์แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ที่ว่า จึงเป็น “การเลือกทำ” สิ่งเล็กๆ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็น รวมถึง “การเลือกไม่ทำ” สิ่งที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจทำให้เราสิ้นเปลืองทรัพยากรทั้้งงบประมาณ เวลา และพลังงาน ท้ายที่สุดสิ่งเล็กๆ ที่ว่าจะส่งผลให้เราสามารถฆ่ายักษ์ หรือ เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด ข้อแม้เพียงอย่างเดียว คือ สิ่งเล็กๆ ที่เลือกทำนั้น จะต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย และกลยุทธ์ที่ล้อกันลงมาด้วย โดยทั่วไปเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า กลยุทธ์นั้นมีหลายระดับตั้งแต่ โดยทั่วไป ก็จะแแบ่งระดับของกลยุทธ์กันตามนี้ครับ ทำให้พนักงานปฏิบัตการ คิดกันไปว่ากลยุทธ์นั้นเป็นเรื่องไกลตัว และมีแต่ระดับบริหารเท่านั้น ที่เกี่ยงข้องกับตรงนี้ แต่จริงๆ แล้วในการทำงานแต่ละวัน หากหัวหน้าสามารถทำให้พนักงานรู้ว่า แม้แต่งานเล็กๆ ของเค้าก็ส่งผลต่อเป้าหมายกลยุทธ์ได้ หากมุ่งทำในสิ่งที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ข้างบน โดยเน้นการทำในสิ่งสำคัญจริงๆ…
-
หัวหน้าที่ใช้ “ตัวตน” มาบริหารงาน อาจกระทบต่อการบริหารคน
การเอา “ตัวตน” มาบริหารงานนั้น อาจะกระทบกับภาวะผู้นำ (Leadership) โดยที่หัวหน้าไม่รู้ตัวนะครับ โดยเฉพาะกับหัวหน้ามือใหม่ จริงๆ แล้วหัวหน้ามือใหม่ ก็มีภาวะผู้นำติดตัวกันหมดนะครับ เพียงแต่มันอาจยังไม่สมบูรณ์ในทุกด้าน สาเหตุที่เป็นแบบนั้น เพราะ ผู้นำมือใหม่ ยังขาดประสบการณ์ และยังไม่มีการปรับการแสดงออกซึ่ง “บทบาทผู้นำ” ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองนึกถึงหัวหน้ามือใหม่สักคนที่โตมาจากสายแข็งทำงานเก่ง ตัดสินใจเด็ดขาด ฟาดฟันปัญหาทุกอย่างที่ขวางหน้าได้ เสมือนพก “ค้อน” ไว้ติดตัวตลอดเวลา พอถึงเวลาที่ต้องบริหารจัดการคน ก็อาจตัดดสินใจฉับๆ ตุ๊บๆ ไล่ทุบคนทำงานไม่ถึงมาตรฐานของเขาด้วยค้อนด้ามเดียวนั้นแหละครับ แต่ถ้าเป็นมือใหม่สายนุ่มละมุน ก็คงเปรียบได้กับคนอ่อนโยนที่พป “ฟองน้ำ” ติดตัวมา และเทียวลูบลูกน้องอย่างนุ่มนวล เพื่อโอ้โลมปะติโลมให้เขาทำงานในแบบที่ตัวเองถนัด ไม่ว่าเป็นแบบใด เมื่อเจอลูกน้องที่คนละสไตล์ หรือ สถานการณ์ที่ไม่เอื้อกับ สไตล์ที่”ตัวตน” อาจไม่สามารถใช้ความถนัดนั้นในการจัดการได้อย่างมีประสิทธภาพ ลูกน้องบางคนเป็นตะปูที่ต้องใช้อำนาจ ตอก กลับไปลูบ ตรงข้ามกัน บางคนที่ต้องใช้ความอ่อนโยนและโน้มน้าว กลับไปตอกเสียจนช้ำ หรือ เบิร์นเอ้าท์กันไปก็มี เหล่านี้ คือ สิ่งที่หัวหน้ามือใหม่มักพลาดกัน ต่างจากหัวหน้าที่ชั่วโมงบินสูง และเจอเคสมาเยอะ จะรู้ว่าต้องปรับตัวตนตามบทบาท…
-
6 เทคนิค พิชิต Work ไร้ Balance
การจัดการเวลาไม่ใช่เรื่องยาก แค่เริ่มจากลองทำทีละเทคนิค แล้วเลือกสิ่งที่เข้ากับสไตล์การทำงานของเรา เท่านี้ก็ช่วยให้เราใช้เวลาได้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการใช้เครื่องมือ เช่น
-
Future Mindsets ของพนักงานใน Digital Era
ใน blog ก่อนหน้านี้ผมได้พูดถึง mindsets ของผู้บริหารไปแล้ว ครั้งนี้เรามาพูดถึง mindset ที่คนทำงานต้องมีในยุคดิจิทัลกันบ้างนะครับ บริบทของการทำงานยุคดิจิทัลนั้น พนักงานในองค์กรจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากองค์กรต้องการความรวดเร็วในการปรับตัว และความเข้าใจในบริบทหน้างานครับ Mindsets ที่จำเป็นสำหรับพนักงานในอนาคต จึงควรมีดังนี้ HEART HEAD HAND ทั้งหมดนี้ เป็น Mindsets สำหรับพนักงานที่ผมเห็นว่าควรต้องมี ซึ่งองค์กรเองจำเป็นที่จะต้องเร่งสร้างควาามตระหนักรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในยุคนี้ เพื่อให้พนักงานได้ปรับความคิด และสร้าง Mindsets ดังกล่าว เพื่อให้พนักงานปรับตัวเพื่อทำงานในบริบทที่เปลี่ยนไป และองค์กรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้นครับ อ. อนิรุทธิ์ ตุลสุข (Aniruth Tulsuk)M.A. Industrial and Organizational Psychology, Thammasat University Background: Human Development Consultant, Startup Co-Founder, Facilitator, Content Creator, Learning & Development Manager (FMCG/Property)…
-
คอลัมน์กรุงเทพธุรกิจ (11 พ.ย. 67) โจรขโมยเวลา ปัญหาที่คนทำงานคาดไม่ถึง
อันที่จริง เมื่อโลกของเราเข้าสู่ยุคดิจิทัล เทคโนโลยีต่างๆ ที่ถูกคิดขึ้นมาทำให้ คนเราสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต หรือ โปรแกรมการบริหารจัดการ ฯลฯ สารพัดสิ่งเหล่านี้ ควรช่วยให้คนทำงานในแต่ละวันได้รวดเร็วจนเวลาเหลือเฟือสำหรับ Work Life Balance ได้สบาย แต่ทำไมหลายคน ยังรู้สึกว่า “เวลาไม่เคยพอ” เหมือนเวลาในแต่ละวันหายไปไหนหมด ทั้งที่รู้สึกว่าทำงานตลอดเวลา บางคนถึงกับลิสรายการสิ่งที่ต้องทำก็แล้ว ตั้งใจว่าวันนี้จะทำให้เสร็จ แต่สุดท้ายก็ทำได้ไม่ถึงครึ่งของที่ตั้งใจไว้ นั่นเป็นเพราะว่า คุณกำลังถูก “โจรขโมยเวลา” เอาเวลาแต่ละวันของคุณไปแล้วล่ะครับ
-
Mindsets ของ Leader ใน Digital Era ต้องเป็นอย่างไร?
Mindsets ของ Leader ใน Digital Era ต้องเป็นอย่างไร? เป็นคำถามหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ ในเวที FUEX: Future Readiness for Executive Network นี้ ผมคิดว่า ผู้บริหารระดับสูงทุกท่านน่าจะมีคำตอบในกันแล้วล่ะครับ ว่า ข้อแรก ก็ต้องมี Digital mindset จริงไหมครับ? ถัดมาก็ต้องกล้าคิด (Courage) เร็ว (Agile) และเรียนรู้ตลอด (Learning, Adaptive) เพราะโลกยุคนี้อะไรๆไปไวมากๆ ผมจึงขออนุญาตแค่เสนอแนะเพิ่มเติม จากสิ่งที่ทุกท่านรู้อยู่แล้วจะดีกว่า นั่นคือ HEART สาเหตุที่เป็นใจ เพราะ Mindsets เหล่านี้ จะต้องอยู่ในใจของผู้นำเสมอ ได้แก่ Purpose Driven, People-First และ Growth มุ่งตามเจตจำนงค์ที่แรงกล้าขององค์กร ใส่ใจเรื่องคน (ทั้งแง่ลูกค้า พนักงาน และสังคม) และเชื่อว่าเราเติบโตได้ ทำได้ เรียนรู้ได้…
Popular Posts
Categories
- Case Study (1)
- Cognitive Skills (3)
- Collaboration (5)
- Digital (8)
- Empathy (5)
- Leader (7)
- Neuroscience Leadership (1)
- News (2)
- Organization (4)
- People Development (2)
- Performance (4)
- Personality (1)
- Problem Solving (1)
- Quality Of Work Life (8)
- Team (1)
- Uncategorized (1)
- Work Life Balance (4)
Archives
- August 2025 (2)
- June 2025 (2)
- May 2025 (1)
- March 2025 (2)
- February 2025 (1)
- January 2025 (3)
- December 2024 (2)
- November 2024 (6)
- October 2024 (3)
- September 2024 (3)
- August 2024 (1)













